Wireless(WI-FI) ในความเข้าใจทั่วไปคือ การส่งสัญญาน Internet แบบไร้สายโดยสามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่มีตัวรับสัญญาณ WiFi ซึ่งผู้ใช้โดยส่วนใหญ่จะเข้าใจเพียงว่า ตัวเครื่องรับเช่น โทรศพท์มือถือหรือแท็ปเลท เห็นสัญญาณ WiFi ก็เล่นได้แล้ว ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่เพียงแค่การเห็นสัญญาณแล้วเล่นได้ แต่จะมีปัจจัยโดยรวมในหลายๆส่วน จะอธิบายดังนี้

1.ช่องสัญญาณนการส่งสัญญาณ WiFi จากตัวปล่อยสัญญาณ ในปัจจุบันจะมีให้ใช้งานในช่วงคลื่นความถี่ที่ 2.4GHz และ 5GHz ซึ่งความต่างของช่องคลื่นความถี่คือ 2.4 GHzอุปกรณ์ส่งสัญญาณ จะส่งได้ระยะไกลกว่าแต่ มีช่องสัญญาณที่สามารถใช้งานได้น้อยกว่าและความกว้างในการส่งจำนวนข้อมูลน้อยกว่า 5GHz เช่น อุปกรณ์ส่งสัญญาณ ที่คลื่นความถี่ 2.4GHz N คือจะสมารถ ส่งข้อมูลได้สูงสุดที่ 300Mbps ในส่วนของช่องคลื่น 5GHz an,ac นั้นจะมีช่องของสัญญานให้ใช้มากกว่า แล้วสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 1.3 Gbps โดยเรื่องของช่องสัญญาณที่กล่าวมานี้ มีผลกับการใช้งาน WiFi ในเรื่อง ระยะระหว่างอุปกรณ์ส่งวสัญญาณแล้วตัวรับ ถ้าระยยะ มีความไกลจากตัวส่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วในการส่งข่อมูลก็จะลดลงตามสัดส่วนของระยะทาง และปัญหาที่เกิดในปัจจุบัน คือ ช่องสัญญานที่ 24GHz เพราะมีช่องสัญญาณให้ใช้สูงสุดเพียง 13 ช่องสัญญาน แล้วการใช้งานใน 1 ช่องสัญญาณจะทำให้คาบเกี่ยวไปอีก 3 ช่องสัญญาณ หรือการถูกทับ นั่นเองทำให้ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน จะสามารถใช้ตัวส่งที่คลื่น 2.4GHz ได้เพียง 3-4 อุปกรณ์เท่านั้นและยังอาจจะมีการถูกรบกวนจากอุปกรณ์อื่นๆที่ปล่อยสัญญาณในคลื่น 2.4GHz ด้วยเช่นกัน จึงได้มีการแก้ปัญหาในเรื่องช่องสัญญาน โดยพัฒนาเป็น อุปกรณืปล่อย WiFi ในคลื่น 5GHz แต่การจะใช้ช่องสญญาณ 5GHz นั้น อุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์ แท็บเลท โน็ตบุ๊ค จะต้องรองรับการทำงานในระบบ WiFi ANและAC จึงจะใช้งานย่าน 5GHz ได้ ข้อมูลเพื่มเติมเรื่องช่องสัญญาณ…อ่านเพิ่มเติม….

2.การบังคลื่นสัญญาณ WiFi ในการติดตั้งตัวปล่อยสัญญาณ WiFi นั้น เรื่องของพื้นที่ ผนังห้อง และโครงสร้างของตัวอาคารนั้น มีผลกับความแรงของสัญญาณ WiFi เป็นอย่างมาก เช่น ผนังห้องที่เป็น กระจกจะทำให้สัญญาณ WiFi ถูกบังหรือสะท้อนกลับ ทำให้ไม่สามารถส่งสัญญาณมายังอุปกรณ์ปลายทางได้ หรือ ผนังห้องที่เป็น ผนังซีเมนต์ หนาก็จะทำให้สัญญาณถูกลดทอนลงไปสูงมาก ซึ่งการติดตั้งในลักษณะพื้นที่แบบนี้ จะ้องมีการทำ ทดสอบการติดตั้งใช้งานก่อนเท่านั้น..ส่งที่ลดสัญญาณเพิ่มเติม..

3.ความแรงของตัวส่งสัญญาณ WiFi และความแรงของตัวรับสัญญาณ WiFi โดยส่วยใหญ่ผู้ใช้งานทั่วไปจะเข้าใจว่า ตัวส่งสัญญาณจะต้องมีเสาส่งสัญญาณ ใหญ่ๆ จะได้ส่งสัญญาณได้แรงและไกลมากขึ้นซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เสาใหญ่นั้นส่งสัญญาณได้ไกลมากจริง แต่เราต้องเข้าใจหลักการทำงานด้วยว่าตัวรับสัญญาณเองนั้นจะสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่ ซึ่งปัญหาของเสาส่งสัญญาณใหญ่คือ ตัวรับสัญญาณเช่น โทรศัพท์ แท็บเลท โน็ตบุ๊ค จะสามารถรับสัญญาณได้แต่จะไม่สามารถส่งสัญญาณกลับไปยังตัวส่งได้ เนื่องจาก ตัวส่งสัญญาณของอุปกรณ์ปลายทางนั้นตัวเล็กแล้วเสาในตัวทำให้ไม่สามารถส่งกลับไปยัง ตัวส่ง WiFi ที่เสาใหญ่ในระยะไกลได้นั่นเอง เหมือนกับการที่เราคุยโทรศัพท์แล้วได้ยินเสียงจะฝั่งตรงข้ามทีเราคุยด้วยแต่เราพูดกลับไปแล้วฝั่งตรงข้ามไม่ได้ยินเสียงนั่นเอง

4.ปัญหาจากผ้ใช้งาน WiFi ในพื้นที่เยอะเกิน การจะเลือกใช้ตัวส่งสัญญาณ WiFi นั้นจะต้องคำนึงถึงการเข้าใช้งานของผู้ใช้งานในพื้นที่นั้นๆด้วยว่ามีจำนวนมากน้องเพียงใด ซึ่งข้อแต่ต่างของอุปกรณ์ WiFi จะอยู่ในส่วนนี้เพราะตัวส่ง WiFi นั้นหลักการใช้งานจะเป็นเหมือนการแชร์ความเร็วในการใช้เช่น WiFi สามารถส่งรับสัญญานได้สงสุดที่ 1Gbps ถ้ามีผู้ใช้งาน 10 คน ก็จะเท่ากับ 1Gbps/1ประมาณคนละ 100Mbps แต่ปัญหาของ WiFiที่ใช้งานทั่วไปคือจะไม่แบ่งความเร็วในการใช้งานแต่ ใครที่ใช้งานมากก็ให้ใช้ไปก่อน เช่น คนแรกใช้งานที่ 200Mbps คนต่อมาก็ใช้อีก 200Mbps เท่ากับว่า 2 คนใช้ไปถึง 400Mbps แล้ว ก็จะทำให้คนที่เข้าใช้งานหลังจะใช้ได้น้อยลง หรือจะไม่สามารถส่งข้อมูล อีกได้เลย ซึ่งโดยส่วนนี้ จะต้องดูในส่วนของ Spec ของอุปกรณ์ส่งสัญญาณ

สรุป การจะใช้งาน WiFi ให้ได้เต็มประสิทธิภาพนั้นจะต้องเข้าในและคำนึงถึงการติดตั้งการเลือกอุปกรณ์ และความเข้าใจถึงปัญหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณ WiFi

แหล่งข้อมูล http://www.sysnetguide.com,https://support.apple.com